14
Jul

สีรถและสีที่ท่านชื่อชอบสามารถบอกอะไรได้บ้าง

โครงสร้างและส่วนประกอบของยางรถยนต์ เรื่องน่ารู้ของคนรักรถยนต์อย่างเรา ๆ ท่าน ศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับยางรถยนต์นั้นหมายถึงส่วนไหน หากผู้อ่านไปอ่านบทความหรือหนังสือวารสารยานยนต์ต่าง ๆ ที่กำลังให้ความรู้ในเรื่องนี้ยางนี้จะได้ อ๋อ ในใจได้อย่างรวดเร็วครับ มาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

  • รู้จักกับโครงสร้างและส่วนประกอบของยางรถยนต์

    โครงสร้างพื้นฐานของยางรถยนต์สามารถจำแนกส่วนประกอบออกได้เป็น 6 ส่วน ดังนี้

  • 1. หน้ายาง (Tread)
  • 2. ไหล่ยาง (Shoulder)
  • 3. แก้มยาง (Sidewall)
  • 4. โครงยาง (Carcass)
  • 5. ผ้าใบเสริมหน้ายางหรือเข็มขัดรัด หน้ายาง (Breaker or Belt)
  • 6. ขอบยาง (Bead)
  • ส่วนประกอบแต่ละส่วนถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับหน้าที่และประสิทธิภาพในการใช้งาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

    หน้ายาง (Tread) คือส่วนประกอบที่อยู่นอกสุดของยาง และเป็นส่วนเดียวที่สัมผัสผิวถนน ทำหน้าที่ป้องกันของมีคม ที่จะทำอันตราย ต่อโครงยาง ที่หน้ายางจะประกอบไปด้วยดอกยางและร่องยาง เพื่อทำหน้าที่ในการยึดเกาะถนน มีแรงกรุยเวลาวิ่ง เบรคหยุดได้มั่นใจ ในปัจจุบัน ดอกยางมีอยู่หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ผู้ใช้จึงควรเลือกชนิดของดอกยาง ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน ไหล่ยาง (Shoulder) เป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างหน้ายางกับแก้มยาง มีความหนาพอๆ กับหน้ายาง ปกติไหล่ยาง จะถูกออกแบบเป็นร่องให้เหมาะสม เพื่อช่วยระบายความร้อนภายในยางให้ออกมาได้ง่าย แก้มยาง (Sidewall) เป็นส่วนด้านข้างสุดของยาง ที่ไม่ได้สัมผัสพื้นผิวถนนขณะที่รถวิ่งอยู่และเป็นส่วนที่ยืดหยุ่นมากที่สุดของยางในขณะใช้งาน โครงยาง (Carcass) เป็นส่วนประกอบหลักของยาง ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่คงรูปร่าง และจะรักษาความดันลมภายในยาง เพื่อให้ยางสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ รวมทั้งต้องทนทานต่อแรงกระแทก หรือสั่นสะเทือนจากถนนที่มีต่อยางได้ดี ผ้าใบเสริมหน้ายาง หรือเข็มขัดรัดหน้ายาง (Breaker or Belt) เป็นชั้นที่อยู่ระหว่างหน้ายาง (Tread) กับโครงยาง (Carcass) ในกรณียางธรรมดา (Bias Tire) เราเรียกว่า “ผ้าใบเสริมหน้ายาง (Breaker)” และในกรณียางเรเดียล (RadialTire) จะเรียกว่า “เข็มขัดรัดหน้ายาง (Belt)” ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรง ให้กับหน้ายาง ให้ยางสามารถรับแรงกระแทกได้ดี และป้องกันไม่ให้โครงยางชำรุดเสียหายจากสิ่งอันตรายต่างๆ จากพื้นถนน ขอบยาง (Bead) ประกอบด้วยกลุ่มของเส้นลวดเหล็กกล้า (High Carbon Steel) ที่ช่วยยึดส่วนปลายทั้ง 2 ข้างของโครงยางเอาไว้ เพื่อให้บริเวณขอบยาง (Bead) มีความแข็งแรง สามารถยึดแน่นสนิทกับกระทะล้อได้ดีเมื่อนำไปใช้งาน สำหรับยางรถยนต์ที่ไม่ใช้ยางใน (Tubeless Tire) ขอบยางเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ลมยางรั่วซึมออกมา นอกจากนี้ ในยางรถยนต์ยังมีส่วนประกอบย่อยอื่นๆ เช่น ผ้าใบหุ้มขดลวดและยางแข็งๆ ที่มีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยม (Bead Filer) ทำหน้าที่เชื่อมต่อ ระหว่างส่วนที่แข็ง คือบริเวณขอบยาง ไปสู่ส่วนที่อ่อนและยืดหยุ่น คือบริเวณแก้มยาง และยังมีผ้าใบหุ้มขอบลวดที่อยู่ด้านนอกสุดของขอบยาง เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายกับโครงยาง จากการถอดประกอบเข้ากับกระทะล้อในแต่ละครั้ง

  • กรมทรัพยากรอุตสาหกรรมของประเทศเกาหลีใต้ ได้เคยออกเอกสารที่มีข้อความที่ไม่ถูกต้องเมื่อ พ.ศ. 2550 ว่ายางที่ผลิตนานกว่าหนึ่งปี อาจจะมีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ได้ แต่ท้ายที่สุด ความเชื่อที่คลาดเคลื่อนนี้ก็ได้ลบล้างไป หลังจากกรมคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศเกาหลีใต้ ได้จัดการทดสอบเพื่อพิสูจน์ระดับความปลอดภัยในการใช้ยาง ระหว่าง ยางใหม่ และ ยางที่ผลิตย้อนหลังไปสามปี (พ.ศ. 2548 – พ.ศ. 2550) ซึ่งด้วยการทดสอบแบบ KSM6750 เกี่ยวกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง และการขับขี่แบบหยุดเป็นระยะ ได้ผลลัพธ์ว่า แม้วันที่ผลิตจะแตกต่างกัน แต่ประสิทธิภาพและสมรรถนะของยาง เหมือนกันทุกประการ นอกจากนั้น กรมคมนาคมของประเทศสหรัฐอเมริกา ยังเคยตีพิมพ์บทความเรื่อง “ประสิทธิภาพของยางรถที่มีการเติมลมแล้ว” (The Pneumatic Tier) ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 โดยระบุว่า ความร้อนที่เกิดขึ้นขณะที่ยางมีการใช้งาน คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยางเสื่อมสภาพ ยางรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว 120 ก.ม./ชม. สามารถทำให้เกิดอุณหภูมิที่หน้ายางสูงขึ้นถึง 75 องศาเซลเซียส แต่หากความดันในลมยางน้อยกว่าปกติ (เช่น ยางแบน) ก็จะยิ่งทำให้ความร้อนหน้ายางสูงมากกว่าที่ควรจะเป็นด้วย
  • ดังนั้น อุณหภูมิในโกดังที่จัดเก็บยางรถยนต์ก่อนการใช้งานจริง จึงมีผลต่อคุณภาพของเนื้อยางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับความร้อนที่เกิดจากแรงเสียดสี เมื่อนำยางไปใช้ในการขับขี่จริง เพราะโดยทั่วไปนั้น ยางที่ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน สามารถเก็บได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนการใช้งานจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาจากคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต อีกตัวอย่างหนึ่ง ได้จากการทดสอบของประเทศในฝั่งยุโรป โดยองค์กร ADAC หรือ Allgemeiner Deutscher Automobil-Club ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อผู้ขับขี่รถยนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้พิสูจน์เรื่องสมรรถนะของยางเอาไว้ในเดือนมิถุนายน 2553 โดยได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพยางรถยนต์ที่ผลิตใน พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2547 สำหรับการขับขี่ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน ซึ่งผลการทดสอบก็ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า ยางที่ผลิตใหม่จะมีสมรรถนะเหนือกว่ายางที่ผลิตมานานกว่า ขณะเดียวกัน ทางประเทศไทยเอง ก็มีหน่วยงานภาควิชาการที่ได้ทำการทดสอบในลักษณะเดียวกัน โดย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ TUV Rheinland Group Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ทดสอบ และให้การรับรองคุณภาพแก่ผลิตภัณฑ์ และสินค้าของบริษัทชั้นนำทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเยอรมนี ทำการทดสอบเพื่อหาข้อพิสูจน์ว่า ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยนั้น สมรรถนะของยางที่ผลิตใหม่ กับยางที่ผลิตมานานกว่า จะมีความแตกต่างกันในด้านประสิทธิภาพ และความปลอดภัยหรือไม่ การทดสอบกระทำโดย นำยางรถยนต์ที่มีวันผลิตต่างกัน 1 ปีไปทดสอบการใช้งาน โดยการขับขี่ด้วยความเร็วสูงที่ 230 กม./ชม. ในระยะเวลาที่ต่อเนื่องนาน 60 นาที ผลที่ได้จากการทดสอบพบว่า มีความแตกต่างกันไม่เกิน 1% รวมทั้งยังมีความสามารถในการบรรทุกหนัก และวิ่งเป็นระยะทางไกล ตลอดจนความแข็งแรงของหน้ายาง และโครงสร้างยางไม่แตกต่างกัน ทั้งๆ ที่วันผลิตยางนั้นห่างกันถึง 1 ปี นอกจากนั้น TUV Rheinland Group Ltd. ยังได้ทำการทดสอบว่า วันที่ของการผลิตที่แตกต่างกัน จะมีผลต่อสมรรถนะของยาง ในด้านความสามารถในการเกาะถนน การควบคุมการขับขี่ และการเบรคของยางหรือไม่ โดย TUV Rheinland Group Ltd. ได้ทำการทดสอบระยะการเบรคที่ความเร็ว 80 กม./ชม. จนกระทั่งหยุดนิ่ง ผลการทดสอบพบว่า ยางที่มีวันที่ของการผลิตแตกต่างกัน มีความสามารถในการเกาะถนน การควบคุมการขับขี่ และการเบรคใกล้เคียงกันมาก จนแทบจะไม่มีความแตกต่าง

  • Credit : streetinfo.com, bridgestone.co.th , sanook.com ภาพประกอบจาก carinsurancecomparison.com
  • ไม่ว่ารถรุ่นไหนก็รับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ รถแลกเงิน คาร์ฟอรแคช เงินสดด่วน ไฟแนนซ์บ้าน ซือขายกันเอง ย้ายไฟแนนซ์ ครบวงจร ไม่เช็คแบล็คลิสและเครดิตบูโร รถเกิน 15 ปี มีค่า (รับปี 1995 เป็นต้นไป พ.ศ 2538) สามารถจัดไฟแนนซ์ได้ (รับเฉพาะบางรุ่น / ตามเงื่อนไขบริษัท) โปรดสอบถามเงื่อนไขก่อนจัดไฟแนนซ์ รถเพิ่มเงิน / ซื้อขายรถยนต์มือสอง ติดต่อ 02-2480350-3 หรือ firstautob@gmail.com LINE : firstautob รถเก๋ง กระบะ รถตู้ Toyota , Honda , Mitsubishi , Isuzu, Mazda ,BMW , Benz , Ford เป็นต้น